ลงประกาศฟรี
ค้นหาประกาศ

4 วันสุดท้าย เลิกวอล์กอินฉีดวัคซีนที่ศูนย์บางซื่อ ปรับระบบจองผ่านค่ายมือถือ

ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ เตรียมปรับระบบ ลดความแออัด ให้กลุ่มประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนผ่านค่ายมือถือ ป้องกันคนล้น เปิดจองตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.สมัครบาคาร่าสมัครบาคาร่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค.64 พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ กล่าวภายหลังการประชุมหารือแนวทางการจัดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแบบวอล์กอิน ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ ว่า ที่ประชุมพิจารณาเห็นว่า ยังคงเป็นไปตามข้อกำหนดเดิมในเรื่องของการเปิดให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แบบวอล์กอิน ใน 3 กลุ่ม คือ 1.ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 2.หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ และ3.กลุ่มน้ำหนักตัวตั้งแต่ 100 กิโลกรัมขึ้นไป โดยเปิดให้บริการเหมือนเดิมจนถึงสิ้นเดือนนี้ คือ มีเวลาอีก 4 วันนับจากนั้น หลังจากนั้นจะเป็นการเปิดลงทะเบียน 100%

“หลังจากนี้ในกลุ่มต่างๆ ทั้งประชาชนทั่วไปอายุตั้งแต่ 18 ปี ไปจนถึงทุกกลุ่มอายุ หากต้องการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดบางซื่อ ต้องทำการลงทะเบียนจองคิวผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเท่านั้น โดยจะเปิดจองในวันที่ 29 ก.ค.2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. และจะให้บริการฉีดช่วงวันที่ 1-31 ส.ค.2564” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว

พญ.มิ่งขวัญ กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากฝากคือ ช่วง 4 วันนี้ประชาชนสามารถวอล์กอินไปฉีดวัคซีนกับทางจุดฉีดของทาง กทม.ได้ เพื่อให้เป็นการกระจายการไปรับบริการฉีดวัคซีน หรือหากมาฉีดที่ศูนย์บางซื่อขอให้อย่ามากันช่วงเช้าทั้งหมด ทยอยมาช่วงบ่าย ขณะเดียวกันที่ศูนย์ฯ มีการจัดระบบเพื่อลดสภาพความแออัดของการมารับวัคซีนเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลดความแออัดนั้น ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อได้กำหนดให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รับบริการเวลา 9.00 – 17.00 น. ส่วนผู้ที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 100 กิโลกรัมขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ มีใบรับรองแพทย์ รับบริการเวลา 13.00 – 17.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงทะเบียนผ่านเครือข่ายมือถือ 4 ข่าย ได้แก่ ดีแทค เอไอเอส ทรูมูฟ และกสทช. โปรดติดตามวิธีการจองจากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของท่าน โดยจะเริ่มเปิดลงทะเบียนพร้อมกันในวันที่ 29 ก.ค.64 เวลา 09.00 น. และจะเปิดให้จองคิวฉีดให้แล้วเสร็จในระหว่างวันที่ 1-31 ส.ค.64 โดยจะลำดับคิวสำหรับ 1.ประชาชนทั่วไปอายุตั้งแต่ 18 ปี วันละ 10,000 โดส 2.ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง วันละ 10,000 โดส โดยไม่รวมผู้ติดตาม