ลงประกาศฟรี
ค้นหาประกาศ

รุมแย้งคุมดอกสินเชื่อจักรยานยนต์

คัดค้านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคธนาคารแห่งประเทศไทยคุมดอกรถยนต์มือสอง จักรยานยนต์ 20% หวาดหวั่นผลักรากต้นหญ้าหนีพึ่งหนี้สินนอกระบบ เหตุบอบบาง รายได้ หลักประกันต่ำ แม้กระนั้นจำต้องใช้เลี้ยงชีวิต จนถึงกลไกตลาดปฏิบัติงานบริบูรณ์ แข่งขันกันรุนแรงกดดอกในระบบน้อยกว่า 15% อยู่แล้ว

 

รุมแย้งคุมดอกสินเชื่อจักรยานยนต์

 

ร่างประกาศคณะกรรมการเกี่ยวกับคำสัญญาเรื่องให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ รถเครื่อง เป็นธุรกิจที่ควบคุมข้อตกลงพุทธศักราช…ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)จะเปิดรับฟังข้อคิดเห็น(เฮียริ่ง)ในวันที่ 16 เดือนธันวาคม 2564 มีประโยชน์สำคัญเป็น ดอกเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ไม่เกิน 15% รถยนต์ใช้แล้วและก็รถมอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 20% ผู้เช่าซื้อจะคืนรถยนต์ได้จำเป็นต้องจ่ายมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 รถยนต์คืนจบหนี้สินไม่มี ให้เรียกค่าสินไหมทดแทนจากความทรุดโทรมที่ปรากฏชัดในขณะรับรถยนต์คืนได้

ส่วนติ่งหนี้สินที่เหลือจากแนวทางการขายรถยนต์ยึด ผู้ให้เช่าซื้อจำต้องไม่เรียกเก็บดอกเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงเวลาจ่ายข้างหลังที่บอกยกเลิกข้อตกลงแก่ผู้เช่าซื้อ ส่วนลดปิดบัญชีก่อนเป็นขั้นบันได เบี้ยปรับเรียกได้ไม่เกิน 15% จะนำเบี้ยปรับไปหักจ่ายค่าผ่อนส่งที่เรียกเก็บจำต้องแจ้งล่วงหน้า 7 วัน ซึ่งเหมือนของเดิม แล้วก็จำต้องแจ้งให้ผู้เช่าซื้อแล้วก็ผู้ค้ำใช้สิทธิ์ซื้อคืน 30 วัน โดยผู้เช่าซื้อจำต้องแจ้งสิทธิ์ใน 20 วัน

นายภิญโญ ธนวัชรกรณ์ สมาคมผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วหรือ รถยนต์มือสอง เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การเฮียริ่งวันที่ 16 เดือนธันวาคมนี้จะเป็นคราวสุดท้าย ผลจะออกมาเช่นไร ก็คงจะจำเป็นต้องกระทำตามนั้น ซึ่งในส่วนของคนขายรถยนต์มือสองมิได้รับผลพวงโดยตรง แม้กระนั้นคิดว่า ถ้าเกิดบิดเบือนอัตราค่าดอกเบี้ยที่จริงจริง ถัดไปอนาคตธนาคารพาณิชย์จะตั้งกำแพงสูงมากขึ้นสำหรับในการพินิจพิเคราะห์ปลดปล่อยสินเชื่อ

“จริงๆขณะนี้ กลไกตลาดปฏิบัติงานได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ดอกที่เก็บต่ำลงมากยิ่งกว่าอัตราเพดานที่ 15% มองเห็นได้จากแบงค์ปลดปล่อยกู้รถยนต์มือสองที่แก่ 10 ปี คิดดอกเบี้ย 5-6% ส่วนอายุรถยนต์ 1-4 ปี บางค่ายระบุดอกเริ่มเพียงแค่ 2.9% โดยรวมไม่น่าจะเกิน 4% แม้กระนั้นจำต้องขึ้นกับประสิทธิภาพของผู้กู้ด้วย ก็เลยมองเห็นบางแบงค์เลือกปลดปล่อยสินเชื่อเฉพาะกรุ๊ปที่มีรายได้รวมทั้งกำลังซื้อกระจ่าง”นายยิ่งขึ้นไปกล่าว

ที่มาของข่าวจากตลาดรถเครื่องบอกว่า ปัจจุบันนี้ฝูงคนที่กู้สินเชื่อเพื่อซื้อรถมอเตอร์ไซค์ จำนวนมากเป็นพลเมืองกรุ๊ปรากต้นหญ้า ซึ่งมีรายได้ที่ไม่แน่นอน รวมทั้งหลักฐานทางด้านการเงินไม่แน่ชัด ทำให้สถาบันการเงิน ถึงแม้ว่าจะเช่าซื้อไม่เข้าไปปลดปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มนี้ จำนวนมากจะเลือกปลดปล่อยกู้เฉพาะกรุ๊ประดับบนถึงกึ่งกลางเพราะเหตุว่ามีกำลังซื้อสูง

ตอนที่กรุ๊ปรากต้นหญ้าที่หลักฐานทางด้านการเงินไม่ชัดแจ้ง ไม่มีวันเลือกจำเป็นต้องใช้บริการเงินกู้ยืมนอกระบบ(อาบัง หรืออาเจ้ หรือเฮียที่เป็นผู้มีอำนาจในพื้นที่) รวมทั้งร้านค้าขายจักรยานยนต์ที่พร้อมจะลงลายลักษณ์อักษรเงินกู้ยืมเพื่อซื้อจักรยานยนต์ซึ่งคิดดอกเบี้ยสูง 5-10% ต่อเดือน

ด้วยเหตุดังกล่าว ถ้าเมืองอยากได้ช่วยเหลือกรุ๊ปรากต้นหญ้าจริงๆต้องการเสนอให้ภาครัฐส่งเสริมวงเงินให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของเมืองหรือธนาคารเมืองปลดปล่อยกู้กรุ๊ปรากต้นหญ้า ซึ่งเป็นกรุ๊ปที่มีความเปราะบาง แม้กระนั้นถ้าหากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเข้ามาคุมดอกสินเชื่อมอเตอร์ไซด์ พอๆกับเป็นการผลักกรุ๊ปรากต้นหญ้าที่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ยืม 90% ให้ออกไปกู้นอกระบบ

“ประธานธนาคารแล้วก็ธนาคารเมืองระดับกระทำการ รับปัญหาปลดปล่อยกู้ แต่ว่าอย่าให้กำเนิดหนี้สูญ แม้กระนั้นสินเชื่อมอเตอร์ ไซค์มีการเสี่ยงสูงมากมาย 30-40% เพราะว่า 1-2 ปีคนกู้จะทิ้งรถยนต์ เวลายึดรถยนต์มาเกือบจะเป็นซาก ซึ่งสินเชื่อรถจักรยานยนต์ ถ้าหากบริหารไม่ดี ได้โอกาสเจ๊งราวกับผม ผมทำสินเชื่อจักรยานยนต์เจ๊งมาแล้ว เดี๋ยวนี้เหลือแค่ธุรกิจจำนองโฉนด ด้วยเหตุผลดังกล่าว หาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะควบคุมอัตราค่าดอกเบี้ยที่ 20% จะเป็นการผลักให้กลุ่มนี้จำต้องออกนอกระบบเยอะขึ้น”ศูนย์ข่าวกล่าว

ด้วยเหตุดังกล่าว ก็เลยต้องการที่จะให้เมือง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ธนาคารชาติ (ธนาคารแห่งประเทศไทย) เน้นย้ำไปที่กรุ๊ปรากต้นหญ้า เข้าไปมองปัญหาว่า lsm99 เพราะอะไรการสูญเสียก็เลยสูง เพราะเหตุใดก็เลยบอบบาง เพราะอะไรเข้าไม่ถึงเงินสินเชื่อ ด้วยเหตุว่าสถาบันการเงินมีแบ่งกลุ่มตามประสิทธิภาพผู้กู้ จะเลือกปลดปล่อยสินเชื่อซึ่งสามารถคุมการเสี่ยงได้

นางกฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ แบงค์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)พูดว่า หัวข้อสำหรับเพื่อการเฮียริ่งเป็น ภาครัฐจะควบคุมอัตราค่าดอกเบี้ยรถยนต์ใหม่ที่ 15% รถยนต์มือสองและมอเตอร์ไซด์ที่ 20% ซึ่งไม่ว่าจะสถาบันการเงิน ชมรมเช่าซื้อ แต่ละบริษัทมีต้นทุนที่แตกต่างกัน ภาครัฐต้องหาจุดสมดุลระหว่างผู้ใช้ และก็ผู้ประกอบธุรกิจ และก็ลูกค้าที่เริ่มการทำงานจึงควรหาวิถีทางให้มีรถยนต์ใช้ ซึ่งบริษัทควรต้องปรับนิสัย

ดังนี้ อัตราค่าดอกเบี้ยในขณะนี้นับว่าอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ รวมทั้งเป็นไปตามกลไกของตลาดเป็น ไม่มีทางเป็นไปได้ที่สถาบันการเงินจะปลดปล่อยอัตราค่าดอกเบี้ยสูงแล้วจะมีลูกค้ามาใช้บริการ

“ไม่ว่าผลเฮียริ่งออกมาเช่นไร พวกเราก็จะต้องประพฤติตามอยู่แล้ว แม้กระนั้นมั่นใจว่า เมืองควรต้องหาจุดสมดุลระหว่างลูกค้าและก็ผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งจริงๆทุกๆวันนี้อัตราค่าดอกเบี้ยที่ปลดปล่อยอยู่ในตลาดมิได้แพงมากมาย แต่ว่าหากว่ามีการคุมอัตราค่าดอกเบี้ยจริง เมื่อถึงวันหนึ่งแนวโน้มที่อัตราค่าดอกเบี้ยขาขึ้น พวกเราจึงควรกลับมาเฮียริ่งอีกครั้งหรือ”นางกฤว่ากล่าวยากล่าว อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าหากมีการเข้ามาควบคุมอัตราค่าดอกเบี้ย บางทีอาจจะต้องมีการปรับข้อตกลงให้คุ้มการเสี่ยงแล้วก็ทุนของบริษัท พินิจตามกรุ๊ปลูกค้า ได้แก่ ปรับวงเงินดาวน์มากขึ้น และก็ขยายช่วงเวลาผ่อนหนี้