ลงประกาศฟรี
ค้นหาประกาศ

มอเตอร์ไซค์ท่อดัง ช่วยให้ชีวิตผู้ขี่ปลอดภัยขึ้น จริงหรือ ?

“ขี่มอเตอร์ไซค์ท่อดัง ช่วยให้ชีวิตปลอดภัย” ประโยคนี้เชื่อว่าใครหลายๆคนคงได้ยินกันมาแล้วหลายครั้งจากเหล่าสิงห์นักบิด แต่มันจะช่วยชีวิตของพวกเขาได้จริงหรือ ? ในวันนี้เราลองมาตอบข้อสงสัยกันดูด้วยผลการทดสอบที่มีตัวชี้วัดอย่างชัดเจนกันดูดีกว่าครับ

มอเตอร์ไซค์ท่อดัง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นการทดสอบเพื่อตอบข้อสงสัยดังกล่าว โดยหน่วยงานยานพาหนะทางถนน ของมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคแห่งบูคาเรส (Polytechnic University of Bucharest) ประเทศโรมาเนีย ซึ่งโจทย์ที่พวกเขาใช้นั้น ก็จะเป็นการจำลองสถานการณ์ว่า เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ขี่มาถึงตำแหน่งหนึ่ง หรือบริเวณใดบริเวณหนึ่งของรถยนต์แล้ว ผู้ขับที่นั่งอยู่ด้านใน จะได้ยินเสียงของรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาหรือไม่ ?

โดยสำหรับรูปแบบการทดสอบนั้น
ก็จะเริ่มจากการนำเอารถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ทดสอบก็จะมีทั้งหมด 6 คันด้วยกัน ซึ่งแต่ละคันก็จะมีตั้งแต่รถท่อเดิม ยันรถท่อแต่ง โดยก่อนที่ทีมทดสอบจะนำรถไปวัดเสียงในรถยนต์ก่อนหน้า พวกเขาก็ต้องมีการวัดระดับความดังของเสียงจากท่อในสภาวะแวดล้อมภายนอกก่อนเพื่อหาค่าระดับเสียงอ้างอิง นั่นคือการใช้วิธีวัดเสียง(แทบจะ)เดียวกันกับที่ขนส่งบ้านเราใช้ โดยผู้ขี่รถมอเตอร์ไซค์แต่ละคันจะต้องเปิดคันเร่งไปให้ถึง 6,000 รอบ/นาที และผู้ทดสอบจะเก็บค่าระดับความดังเสียงทั้งจากด้านหน้าและด้านหลังของตัวรถมอเตอร์ไซค์ด้วย เพื่อจะได้รู้ถึงความต่างของระดับเสียงจากตำแหน่งรถที่ต่างกัน

ซึ่งผลที่ได้ก็คือช่วงระดับเสียงของรถมอเตอร์ไซค์แต่ละคันนั้นจะมีตั้งแต่เงียบสุดๆสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ทั่วๆไปคือ 80 เดซิเบล ไปจนถึงดังสุดๆแตะระดับ 110 เดซิเบล ซึ่งถือว่าดังมากจนแทบจะเทียบเท่ากับเสียงท่อไอเสียของตัวแข่ง MotoGP อยู่แล้ว (ตามกติกาการแข่งขัน กำหนดให้ตัวแข่ง MotoGP ต้องมีเสียงออกมาจากปลายท่อดังไม่เกิน 115 เดซิเบล)

ลำดับถัดมาคือการวัดความดังของเสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่เข้ามาในห้องโดยสารของรถยนต์จริงๆ เว็บสล็อต ซึ่งจะเป็นการวัดโดยให้รถมอเตอร์ไซค์มาตั้งอยู่ในตำแหน่งต่างๆที่กำหนด และเปิดคันเร่งค้างที่ 6,000 รอบ/นาทีไว้เช่นเดียวกับการเก็บค่าอ้างอิงก่อนหน้านี้

ส่วนในรถยนต์ก็จะต้องมีการนำเอาเครื่องวัดเสียงไปติดตั้งไว้ในรถยนต์ ณ ตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับหูของผู้ขับมากที่สุด และผู้ร่วมทดสอบจะต้องเหยียบคันเร่ง ให้เครื่องยนต์ปั่นขึ้นไปถึงช่วงราวๆ 2,500 – 3,000 รอบ/นาที เพื่อจำลองว่ารถกำลังวิ่งอยู่ ส่วนวิทยุในตัวรถเองก็จะเปิดให้มีความดังที่ราวๆ 20 เดซิเบล หรือให้เงียบพอที่ผู้ขับจะสามารถสนทนากับผู้โดยสารได้ โดยไม่ต้องตะเบงเสียง (จำลองกรณีว่ามากันหลายคน และขับรถไปด้วย คุยกันไปด้วย โดยที่ก็ยังเปิดเพลงคลอไปเบาๆ)

และผลจากการทดสอบที่ได้ ก็มีดังภาพที่เพื่อนๆเห็นในตอนนี้

1. ตำแหน่งรถมอเตอร์ไซค์ทั้ง 6 คัน อยู่ด้านหลังรถยนต์ 15 เมตร

ผลการทดสอบ : ไม่มีเสียงของรถมอเตอร์ไซค์คันใดเลย ที่เข้าไปในรถยนต์แล้วดังกว่าเสียงแวดล้อมต่างๆที่เกิดขึ้นภายในรถยนต์ หรือก็คือ ผู้ขับรถยนต์ ไม่ได้ยินเสียงของรถมอเตอร์ไซค์เลยแม้แต่คันเดียว (จะเห็นได้ว่ากราฟเสียงที่เกิดขึ้นในรถยนต์ ยังคงสูงกว่ากราฟเสียงท่อไอเสียของรถมอเตอร์ไซค์ที่ดังที่สุดอยู่)

2. ตำแหน่งรถมอเตอร์ไซค์ทั้ง 6 คัน อยู่ด้านหลังรถยนต์ 10 เมตร

ผลการทดสอบ : มีเพียงเสียงของรถมอเตอร์ไซค์ที่ดังที่สุดเท่านั้น ที่ดังเข้ามาในรถยนต์ด้วยระดับที่เกือบจะพอดีกับ นั่นจึงหมายความว่าต่อให้เป็นรถที่ท่อดังมากๆ แต่เมื่อมันอยู่ห่างจากรถไปด้านหลังเพียง 10 เมตร เสียงท่อก็เข้ามาในรถยนต์แค่เพียงพอเงี่ยหูฟัง (จะเห็นได้ว่ากราฟเสียงท่อไอเสียของรถที่ดังที่สุด ก็ยังคงขยับขึ้นมาอยู่ในระดับเท่ากับเสียงในรถยนต์เท่านั้น)

หรือถ้าผู้ขับรถกำลังโฟกัสกับเสียงเพลงในรถอยู่ เสียงท่อก็เป็นเพียงแค่เสียงปลายลมเท่านั้น เนื่องจากเสียงที่สามารถได้ยินเป็นเสียงคลื่นความถี่ต่ำ

3. ตำแหน่งรถมอเตอร์ไซค์ทั้ง 6 คัน อยู่ด้านข้างตัวรถ และห่างออกไปทางด้านซ้ายเพียงแค่ราวๆ 1.5 เมตรเท่านั้น โดยให้ด้านหน้าสุดล้อหน้าของรถมอเตอร์ไซค์อยู่ในระนาบเดียวกับด้านหลังสุดของล้อหลังรถยนต์

ผลการทดสอบ : เสียงของรถมอเตอร์ไซค์ที่ดังที่สุด สามารถทำให้ผู้ขับรถยนต์ด้านในได้ยิน’ค่อนข้าง’ชัดเจน และยังมีรถมอเตอร์ไซค์ที่เสียงเบาลงมาอีก 3 คัน เริ่มสามารถเปล่งเสียงจากปลายท่อเข้ามาให้ผู้ขับในรถยนต์ได้ยินบ้างเล็กน้อย (แต่ก็ไม่ดังไปกว่าเสียงที่เกิดขึ้นภายในรถยนต์เท่าไหร่นักอยู่ดี)

*เพื่อนๆสามารถฟังความต่างของเสียงท่อไอเสีย จากภายในและภายนอกของรถยนต์ ของการทดสอบครั้งนี้ได้ ในช่วงเวลา 4.39 นาที – 5.38 นาที ของคลิปที่เราแปะไว้ด้านบน (ปล. อย่าลืมเบาหูฟังหลังช่วง 5.18 นาที ด้วยนะครับ)

จึงสรุปได้ว่า ต่อให้รถมอเตอร์ไซค์จะมีท่อดังอยู่ในระดับน้องๆตัวแข่ง MotoGP แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้นสำหรับการจราจรบนท้องถนนที่มีแต่รถยนต์อยู่ดี เนื่องจาก หากผู้ขับรถยนต์ไม่มองกระจกหลังเลย หรือสังเกตเห็นการมาของผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์เลยแต่แรก กว่าที่ผู้ขับรถยนต์จะได้ยินเสียงท่อของผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์แล้วรู้สึกตัว ระยะห่างระหว่างรถทั้งสองคันก็มีแค่เพียงไม่เกิน 1.5 เมตร เท่านั้น

ดังนั้นหากผู้ขับรถยนต์กำลังจะหักเลี้ยวยูเทิร์นกระทันหัน ด้วยระยะห่างเพียงแค่นั้น กับความเร็วที่รถมอเตอร์ไซค์ที่พุ่งเข้ามา ยังไงก็เบรกไม่ทันอยู่ดี ขนาด Honda Wave 125 วิ่งด้วยรอบเครื่องยนต์ 6,000 รอบ/นาที ตามรอบเครื่องยนต์ที่ใช้ทดสอบ ที่เกียร์ 2 ก็ยังมีความเร็วราวๆ 50 กิโลเมตร/ชั่วโมงต่ำๆ เพราะฉะนั้นกับรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความจุเครื่องยนต์สูงกว่า ยังไงก็มีความเร็วสูงกว่านั้นแน่นอน ซึ่งก็หมายความว่ายิ่งต้องใช้ระยะเบรกมากกว่าเดิมอีก

อย่างไรก็ดี การทดสอบนี้เป็นเพียงการทดสอบที่ว่าด้วยเรื่องระดับเสียงของท่อไอเสียจากรถมอเตอร์ไซค์ที่ผู้ใช้รถยนต์สามารถรู้สึกได้ภายในระยะห่างเท่าไหร่เท่านั้น แต่หากเป็นผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ด้วยกัน หรือกับคนที่เดินถนน พวกเขาก็อาจจะสามารถได้ยินเสียงที่ดังจากท่อไอเสีย ว่ากำลังวิ่งเข้ามาหาตนอยู่มากกว่านี้อีกพอสมควรก็ได้ ซึ่งนั่นก็อาจจะช่วยชีวิตของผู้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ท่อดังได้บ้าง

แต่ทั้งนี้ หากสุดท้ายเราเจอคน หรือผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ ไม่ดูตาม้าตาเรือ เดินตัดหน้ากระทันหัน หรือปาดหน้ากระทันหัน ข้ามเกาะกลางกระทันหัน ยังไงก็มีโอกาสชนกันอยู่ดีด้วยความเร็วของผู้ขี่เองที่พุ่งเข้ามา ดังนั้น เสียงท่อไอเสียที่ดังจึงไม่ได้ช่วยอะไรในเรื่องความปลอดภัย หากเราประมาท และเจอคนที่ประมาทบนท้องถนนด้วยกันเองอยู่ดี