ลงประกาศฟรี
ค้นหาประกาศ

ผู้เชี่ยวชาญหนุนมติ ฉีดวัคซีนสูตรผสม ซิโนแวค-แอสตร้า WHOย้ำไม่ได้ห้าม-สธ.ทำได้

ผู้เชี่ยวชาญหนุนมติ ฉีดวัคซีนสูตรผสม ซิโนแวค-แอสตร้า ชี้ผ่านความเห็นผู้เชี่ยวชาญพิจารณาบนฐานข้อมูลวิชาการของไทย WHOย้ำไม่ได้ห้าม-หน่วยงาน สธ.ทำได้น้ำเต้าปูปลาออนไลน์น้ำเต้าปูปลาออนไลน์ เมื่อวันที่ 14 ก.ค.64 คณะกรรมการด้านวิชาการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มี ศ.นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้เชี่ยวชาญ เช่น ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นพ.สุรัคเมธ มหาศิริมงคล ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ดร.เรนู การ์ก รักษาการแทนผู้แทนองค์การอนามัยโลกในประเทศไทยร่วมหารือในประเด็น พญ.ซอมญ่า ซวามินาทน หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ประชาชนไม่ควรฉีดวัคซีนโควิด-19 สูตรผสม เนื่องจากจะเกิดความวุ่นวาย หากประชาชนมีโอกาสเลือกตัดสินใจเองว่าจะฉีดวัคซีนเข็ม 2 เข็ม 3 และ 4 ได้เมื่อไร และฉีดวัคซีนของผู้ผลิตรายใด แต่หน่วยงานสาธารณสุขสามารถดำเนินการได้ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบการฉีดบูสเตอร์โดสให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มอย่างน้อย 4 สัปดาห์ โดยอาจเป็นวัคซีนแอสตร้าเซเนกา หรือวัคซีนชนิด mRNA และเห็นชอบการให้วัคซีนโควิด-19 สลับชนิด โดยเข็มที่ 1 เป็นซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าเซนเนกาห่างกัน 3-4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันให้สูงและเร็วขึ้น เพื่อให้การป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ของโรค

ศ.นพ.สมหวัง กล่าวว่า ที่ประชุมยืนยันสนับสนุนมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กรณีฉีดสลับชนิดซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าฯ โดยจะจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติสำหรับหน่วยบริการต่างๆ เพื่อสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ และมีการติดตามประเมินผลการให้วัคซีนสลับชนิดอย่างเป็นระบบ ตามข้อคิดเห็นของผู้แทนองค์การอนามัยโลก โดยยืนยันว่าการพิจารณานโยบายการให้วัคซีนโควิด 19 ดังกล่าว ใช้ข้อมูลผลการศึกษาวิจัยในประเทศไทยรองรับ และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการด้านวิชาการฯ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้

ด้านดร.เรนู กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกไม่ได้มีข้อขัดแย้งต่อนโยบายของประเทศไทย เป็นการให้คำแนะนำในภาพรวม ถ้าหน่วยงานสาธารณสุขของแต่ละประเทศมีข้อมูลสนับสนุน การเลือกใช้วัคซีนแบบใดแบบหนึ่ง ขึ้นอยู่กับนโยบายและสถานการณ์การระบาดของแต่ละประเทศ แต่ประชาชนไม่ควรตัดสินใจด้วยตนเอง ควรเป็นการตัดสินใจของหน่วยงานด้านสาธารณสุข สามารถทำได้หากอยู่บนพื้นฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ และมีข้อเสนอให้มีการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ รวมถึงการรวบรวมข้อมูลผลการศึกษา นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ในผู้สูงอายุ และกลุ่มโรคเรื้อรังให้มากที่สุด

ศ.นพ.สิริฤกษ์ กล่าวว่า อว.มีความพร้อมในการสนับสนุนการวิจัย ทั้งในด้านการให้วัคซีน การติดตามการกลายพันธุ์ รวมถึงการศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม